ธรรมส่องใจ » คุณานุภาพแห่งขันติธรรม

คุณานุภาพแห่งขันติธรรม

27 เมษายน 2020
227   0

 

คุณานุภาพแห่งขันติธรรม

สีลสมาธิคุณานํ ขนฺติ ปธานการณํ
สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา ขนฺตฺยาเยว วฑฺฒนฺติ เต

“ขันติเป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ
กุศลธรรมทั้งปวงย่อมเจริญ เพราะขันติเท่านั้น”

:b44: :b44:

ขันติ ความอดทน คือ ทนลำบาก ทนตรากตรำ ทนเจ็บใจ,
ความหนักเอาเบาสู้เพื่อบรรลุจุดหมายที่ดีงาม

ขันติ เป็น ๑ ในบารมี ๑๐ ประการ
ซึ่งเป็นคุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด
เพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงยิ่ง มี ๑๐ คือ ทาน, ศีล, เนกขัมมะ,
ปัญญา, วิริยะ, ขันติ, สัจจะ, อธิษฐาน, เมตตา, อุเบกขา

ในอดีตชาติของพระพุทธเจ้าเมื่อพระองค์ทรงเป็นพระโพธิสัตว์
ผู้บำเพ็ญความดีเพื่อตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
ก็ทรงได้บำเพ็ญขันติบารมีมาอย่างยิ่งยวดโดยตลอด

:b46:

ขันติ เป็นธรรมที่ท่านสรรเสริญอย่างยิ่งว่าบุคคลควรเจริญให้มีในตน
เพราะจะยังคุณธรรมอื่นๆ และประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้อีกมาก
ดังปรากฏเป็นภาษิต ได้แก่

ขนฺติ ตโป ตปสฺสิโน : ความอดทน เป็นตปะ (ตบะ) ของผู้พากเพียร

ขนฺติ หิตสุขาวหา : ความอดทน นำมาซึ่งประโยชน์สุข

ขนฺติ ธีรสฺสลงฺกาโร : ความอดทน เป็นเครื่องประดับ ของนักปราชญ์

ขนฺติ ปรมํ ตโป ตีติกฺขา : ขันติ คือความอดทน เป็นตบะอย่างยิ่ง

ขนฺติ พลํ ว ยตีนํ : ความอดทนเป็นกำลังของนักพรต

ขนฺติ สาหสวารณา : ความอดทนห้ามไว้ได้ซึ่งความผลุนผลัน

ขนฺติพลา สมณพราหมณา : สมณพรามหณ์ มีความอดทนเป็นกำลัง

มนาโป โหติ ขนฺติโก : ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่ชอบใจของบุคคลอื่น

กวลานํปิ ปาปานํ ขนฺติ มูลํ นิกนฺตติ ครหกลหาทีนํ มูลํ ขนฺติ ขนฺติโก :
ความอดทนย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น, ผู้มีขันติ ชื่อว่า
ย่อมขุดรากแห่งความติเตียน และการทะเลาะกันได้ เป็นต้น

ขนฺติโก เมตฺตวา ลาภี ยสสฺสี สุขสีลวา ปิโย เทวมนุสฺสานํ มนาโป โหติ ขนฺติโก :
ผู้มีความอดทน นับว่ามีเมตตา มีลาภ มียศ และ มีสุขเสมอ,
ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่รัก ชอบใจของเทวดา และ มนุษย์ทั้งหลาย

:b46:

ขันติในพระโอวาทปาฏิโมกข์

หลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา หรือคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
ได้แก่ พระพุทธพจน์ ๓ คาถากึ่ง ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ รูป
ผู้ไปประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ พระเวฬุวนาราม
ในวันเพ็ญเดือน ๓ ที่เราเรียกกันว่า วันมาฆบูชา

คาถาโอวาทปาฏิโมกข์ มีดังนี้

สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา
สจิตฺตปริโยทปนํ เอตํ พุทฺธาน สาสนํ ฯ
ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา
นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา
น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี
สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต ฯ
อนูปวาโท อนูปฆาโต ปาติโมกฺเข จ สํวโร
มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ปนฺตญฺจ สยนาสนํ
อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอตํ พุทฺธาน สาสนํ ฯ

แปล : การไม่ทำความชั่วทั้งปวง ๑ การบำเพ็ญแต่ความดี ๑
การทำจิตต์ของตนให้ผ่องใส ๑ นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ขันติ คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง,
พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่า นิพพานเป็นบรมธรรม,
ผู้ทำร้ายคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต,
ผู้เบียดเบียนคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ
การไม่กล่าวร้าย ๑ การไม่ทำร้าย ๑ ความสำรวมในปาฏิโมกข์ ๑
ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร ๑ ที่นั่งนอนอันสงัด ๑
ความเพียรในอธิจิตต์ ๑ นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ที่เข้าใจกันโดยทั่วไป และจำกันได้มาก ก็คือ คาถาแรกที่ว่า
“ไม่ทำชั่ว ทำแต่ความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส”

:b46:

ขันติเป็นธรรมอันทำให้บุคคลงาม

ธรรมทำให้งาม ๒ ประการ คือ
๑.) ขันติ ความอดทน
๒.) โสรัจจะ ความเสงี่ยมหรือความมีอัธยาศัยประณีต

:b46:

ขันตินำมาซึ่งความสังวร สำรวม

การระวังปิดกั้นบาปอกุศล มี ๕ อย่าง คือ

๑.) ปาฏิโมกขสังวร สำรวมในปาฏิโมกข์
(บางแห่งเรียก สีลสังวร สำรวมในศีล)
๒.) สติสังวร สำรวมด้วยสติ
๓.) ญาณสังวร สำรวมด้วยญาณ
๔.) ขันติสังวร สำรวมด้วยขันติ
๕.) วิริยสังวร สำรวมด้วยความเพียร

:b46:

ขันติ ๑ ในราชธรรม ธรรมสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน

คุณสมบัติของนักปกครองที่ดี สามารถปกครองแผ่นดินโดยธรรม
และยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่ประชาชนจนเกิดความชื่นชมยินดี
มี ๑๐ ประการ (นิยมเรียกว่า ทศพิธราชธรรม) คือ

๑.) ทาน การให้ทรัพย์สินสิ่งของ
๒.) ศีล ประพฤติดีงาม
๓.) ปริจจาคะ ความเสียสละ
๔.) อาชชวะ ความซื่อตรง
๕.) มัททวะ ความอ่อนโยน
๖.) ตบะ ความทรงเผากิเลสตัณหา ไม่หมกมุ่นในความสุขสำราญ
๗.) อักโกธะ ความไม่กริ้วโกรธ
๘.) อวิหิงสา ความไม่ข่มเหงเบียดเบียน
๙.) ขันติ ความอดทนเข็มแข็งไม่ท้อถอย
๑๐.) อวิโรธนะ ความไม่คลาดธรรม

:b46:

ขันติ ๑ ใน ๔ คุณธรรมของผู้ครองเรือน
เรียกว่า ฆราวาสธรรม ได้แก่

๑.) สัจจะ ความจริง เช่น ซื่อสัตย์ต่อกัน
๒.) ทมะ ความฝึกฝน ปรับปรุงตน เช่น รู้จักข่มใจ ควบคุมอารมณ์
๓.) ขันติ ความอดทน
๔.) จาคะ ความเสียสละ เผื่อแผ่ แบ่งปัน มีน้ำใจ