เอามาจากในเนต » อึ้ง ส่อทุจริต งานประมูลพลาสปร์อต อ้างมีผู้ผ่านประมูลรายเดียว ทุจริตระดับชาติหรือไม่ ใครได้ประโยชน์

อึ้ง ส่อทุจริต งานประมูลพลาสปร์อต อ้างมีผู้ผ่านประมูลรายเดียว ทุจริตระดับชาติหรือไม่ ใครได้ประโยชน์

21 สิงหาคม 2018
103   0

 

พลิกปูมยกเลิกประกวดราคาจัดทำพาสปอร์ตอิเล็กทรอนิกส์ 15 ล้านเล่ม 1.2 หมื่นล. ก.ต่างประเทศ หลังมีผู้ยื่นข้อเสนอทางเทคนิคถูกต้องเพียงรายเดียว เทียบ 7 ล้านเล่มปี 55 จ้างเอกชนฉลุย  ยึดหลักผล ปย.ชาติ หรือ อภินิหาร เข้าทางใคร?

 

เซอร์ไพรส์พอควร!

กรณีกระทรวงการต่างประเทศออกประกาศยกเลิกการประกวดราคาจ้างเอกชนผลิตและให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 3 จำนวน 15 ล้านเล่ม หรือ ภายในระยะเวลา 7 ปีแล้วแต่กรณีใดจะถึงก่อน ราคากลาง 12,438,750,000 บาท หรือเล่มละ 829.25 บาท ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) หลังจากเปิดผลประกวดราคาในวันที่ 17 ส.ค.

นั่นก็เพราะว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีเม็ดเงินกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เอกชน 4 กลุ่มเข้าร่วมประกวดราคา แต่ละกลุ่มเครือข่ายไม่ธรรมดา โดยมีคู่สัญญาเดิม (ปัจจุบัน) ถูกคาดหมายว่าเป็นตัวเต็งอยู่ก่อนแล้ว

สำนักข่าวอิศรา  ลำดับความเป็นมาของโครงการนี้ให้เห็นอย่างชัดๆ

11 เม.ย.2561 กระทรวงการต่างประเทศ ออกประกาศ จ้างเอกชนผลิตและให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 3 จำนวน 15 ล้านเล่ม หรือ ภายในระยะเวลา 7 ปีแล้วแต่กรณีใดจะถึงก่อน ราคากลาง 12,438,750,000 บาท หรือเล่มละ 829.25 บาท ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) กำหนดให้เอกชนยื่นเสนอราคาในวันที่ 23 ก.ค.2561 , ยื่นเอกสารข้อเสนอทางด้านเทคนิค วันที่ 24 ก.ค.2561 ,และให้เอกชนเข้าสาธิตในพื้นที่จำลองที่อาคารอิมแพคเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2561 หลังจากนั้น กระทรวงการต่างประเทศ เรียกทุกบริษัทเข้าชี้แจงเพิ่มเติมวันที่ 3 ส.ค.2561 กำหนดประกาศผลในวันที่ 17 ส.ค.2561

กระทรวงการต่างประเทศ กำหนดหลักเกณฑ์การให้คะแนน 100 คะแนน ใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ระหว่าง คุณภาพ (ทางด้านเทคนิค) ต่อราคา ในอัตราส่วน 60:40

ในขั้นตอนการซื้อ/ขอรับเอกสาร มีผู้ขอรับเอกสาร 16 ราย และยื่นเสนอราคา 4 ราย

กรมบัญชีกลางไม่เปิดเผยรายชื่อผู้ขอรับเอกสารและเอกชนที่เสนอราคา อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าเอกชน 4 ราย ประกอบด้วย

1. กิจการร่วมค้า จันวาณิชย์ (บริษัท จันวาณิชย์ จำกัด และบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด) ซึ่งเป็นคู่สัญญาในปัจจุบัน

2. กิจการร่วมค้า กิจการร่วมค้า TIM (บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด, IDEMIA (ฝรั่งเศส) MSC และ CP)

3. กิจการร่วมค้า ดาต้าโปรดักส์ ทอปปัง (บริษัท ดาต้าโปรดักส์ ทอปปัง ฟอร์ม จำกัด และ Gemalto) และ

4. กิจการร่วมค้า WIN (สามารถ, ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์, MSCS และ Dermalug (เยอรมัน)

ในช่วงระหว่างวันที่ 3-16 ส.ค. 2561 เป็นช่วงทีคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างพิจารณาผลคะแนน ของผู้เสนอทั้ง 4 ราย ไม่มีใครทราบว่าแต่ละรายยื่นข้อเสนอทางเทคนิคเป็นอย่างไรและรายไหนได้คะแนนเท่าไหร่?

กระทั่งประกาศผลยกเลิกประกวดราคาในวันที่ 17 ส.ค. โดยให้เหตุผลว่า คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ได้พิจารณาแล้ว มีผู้ยื่นข้อเสนอถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพียงรายเดียว จึงเห็นควรยกเลิกการประกวดราคาในครั้งนี้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรมและประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ

มีรายงานข่าวว่า การยื่นข้อเสนอทางเทคนิคของเอกชนทั้ง 4 ราย รายหนึ่งเสนออุปกรณ์ประสิทธิภาพต่ำกว่าข้อกำหนด รายที่สองมีปัญหาตรงเครื่องพิมพ์รูปที่ไม่สามารถทำรูปแบบปรุได้ อีกรายทำตัวอย่างเล่มพาสปอร์ตไม่ถูกต้องเนื่องจากไม่มีประสบการณ์ตรง และอีกรายทำถูกต้องตาม TOR

ก่อนหน้านี้ 15 ส.ค. 2561 ที่ นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอิศราว่า การประกวดราคาเฟส 3 เอกชนทุกรายที่เข้ามาแข่งขัน ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ในการทำงานมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี และ ธุรกิจนี้ก็ทำกันไม่กี่เจ้าเพราะงานหนังสือเดินทางเป็นงานสำคัญที่ต้องได้รับรองมาตรฐานระดับโลก ส่วนบริษัทเอกชนคู่สัญญาเดิมของกรมฯ ก็อาจจะถูกมองว่าได้เปรียบในเรื่องประสบการณ์ เพราะเคยทำงานมาก่อน เปรียบเหมือนเป็นเจ้าบ้าน มีคนอื่นเข้ามาแข่งในบ้านของตนเอง ซึ่งตนเองคุ้นชินกับสนามมากกว่า แต่ทางกรมฯ ก็มีหน้าที่ควบคุมดูแลการประกวดราคาให้มีความโปร่งใสเป็นไปตามระเบียบมากที่สุด ไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกัน”

และกล่าวอีกว่า “สำหรับผมในช่วง 1 ที่ผ่านมา ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งตรงนี้ ผมระมัดระวังตัวมาก เก็บตัวเหมือนกับพระเข้าจำพรรษา ไม่ออกไปกินข้าวนอกบ้าน ไม่ยุ่งไม่ไปเกี่ยวข้องกับเอกชนรายไหน แต่โดยส่วนตัวถ้ามองในแง่มุมความเสี่ยงการดำเนินงาน ในฐานะที่เป็นผู้บริหาร ผมมองว่าถ้างานนี้ เอกชนรายเดิมได้รับงาน เราก็จะเจ็บตัวน้อยกว่ารายอื่น เพราะเขาคุ้นเคยกับระบบงานอยู่แล้ว แต่อันนี้เรายังบอกหรือยืนยันอะไรไม่ได้หรอก เพราะผมก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วใครจะได้งาน จะมีอะไรเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นหรือไม่ แต่ผมในฐานะคนกลาง ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายไหน มีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลงานให้โปร่งใสและเป็นไปตามระเบียบมากที่สุดนั้นคือหน้าที่สำคัญที่เราต้องทำ”

ล่าสุด 18 ส.ค. 2561 นายชาตรี ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าวอิศรา ว่า เหตุผลการออกประกาศยกเลิกการประกวดราคาจ้างผลิตและให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 3 จำนวน 15 ล้านเล่ม ดังกล่าว ดำเนินการตามนัยข้อ 56 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ที่กำหนดว่า ในกรณีที่ปรากฏว่า มีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียวหรือมีผู้ยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กําหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพียงรายเดียวให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น ไม่มีเหตุผลอื่น ทุกอย่างชัดเจนตามข้อกฎหมายที่ประกาศไป

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปดูการจัดซื้อจัดจ้างระยะที่ 2 จำนวน 7 ล้านเล่ม เมื่อปี 2555 วงเงิน 5,804,750,000 บาท ใช้ประมูลแบบอีอ็อกชั่น เอกชน 4 ราย เข้าร่วมประมูลและสาธิตระบบ ปรากฏว่าบริษัทจันวาณิชย์ผ่านเพียงรายเดียว ในครั้งนั้นไม่ได้ยกเลิกและจัดประมูลใหม่ แต่กระทรวงฯทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับบริษัทจันวาณิชย์ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2555 สิ้นสุดสัญญา 10 ต.ค. 2562 (สัญญาเลขที่ 176/2556 )

จึงเป็นข้อเปรียบเทียบกับการประกวดราคาลอตที่ 3 จำนวน 15 ล้านเล่ม มีผู้ยื่นข้อเสนอถูกต้องตรงตามเงื่อนไข TOR เพียงรายเดียวเหมือนกัน  และไม่มีการเปิดเผยว่าเอกชนรายเดียวนี้เป็นใคร?

แหล่งข่าวจากผู้ร่วมเข้าประกวดราคารายหนึ่งเปิดเผยว่า การประกวดราคาครั้งต่อไป กระทรวงการต่างประเทศควรกำหนดเงื่อนไขการทดสอบให้ชัดเจนโดยแจ้งล่วงหน้า และกำหนดเกณฑ์การตัดสินให้ชัดเจนมากกว่านี้

ดังนั้น การยกเลิกประกวดราคาในครั้งนี้ ต้องชี้แจงให้กระจ่าง เพื่อมิให้ถูกครหาว่า เป็นเพราะ  ‘อภินิหาร’ของใคร เพื่อล้มกระดานหรือไม่ ?

และ กระบวนการประกวดราคาครั้งที่สอง ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความโปรงใส ประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะหากเลื่อนไปเรื่อยๆ ย่อมถูกตั้งคำถามว่า ใครจะได้ประโยชน์?