พารวย » เสี่ยงดวงแบบไหนดี! ระหว่าง ฟุตบอล กับ มวย คุณคิดว่าแบบไหนได้เงินดีกว่ากัน

เสี่ยงดวงแบบไหนดี! ระหว่าง ฟุตบอล กับ มวย คุณคิดว่าแบบไหนได้เงินดีกว่ากัน

22 มิถุนายน 2018
136   0

‘บอล’ กับ ‘มวย’ คุณว่าอย่างไหนน่าเล่นกว่ากัน?

มักจะได้ยินอยู่บ่อยๆ กับคำพูดของนักเล่นเกมพนันทั่วๆ ไปที่บอกว่า ‘มวย’ ทุกวันนี้มีแต่โกงกันทั้งนั้น ไปเล่นบอลแทงบอลดีกว่า..ชัวร์..กว่ากันเยอะ…ซึ่งก็ว่ากันปายยยย…เพราะเกมฟุตบอลที่มีฟาดแข้งให้เล่นได้-เสียอยู่ทุกๆ วัน วันละหลายๆ คู่ จากหลายๆ ลีกทั่วโลกนั้น แน่นอนว่าเรื่องของเกมพนันมันย่อมมีได้และมีเสียซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาอยู่แล้ว และเกมพนันฟุตบอลก็ต้องยอมรับอยู่อย่างว่า เป็นเกมที่ได้รับความนิยมจากนักพนันคนรุ่นใหม่อยู่ในระดับเบอร์หนึ่งของเกมพนันทุกๆ เกมที่มีเล่นในบ้านเราเลยก็ว่าได้ แต่ในฐานะที่ผู้เขียนก็คลุกคลีตีโมงอยู่กับวงการได้-เสีย ระหว่าง ‘บอล’กับ ‘มวย’ มานาน จึงอยากเขียนนำเสนอเปรียบเทียบความ ‘ได้เปรียบ-เสียเปรียบ’ ในเกมพนัน 2 ชนิดนี้ว่า เกมอย่างไหนมันน่าเล่นน่าแทงกว่ากัน และเล่นแล้วมีโอกาสที่จะ ‘ได้’ หรือ ‘เสีย’ มากน้อยแตกต่างกันเพียงใด.??

สำหรับการเล่นการแทง ‘เรตมวย’ มันแตกต่างจากเรตบอลอย่างสิ้นเชิง เพราะการแทงเรตมวย “จะได้” หรือ “จะเสีย” เขาจะวัดกันที่ผลแพ้-ชนะ เท่านั้น โดยไม่มีน้ำจิ้มประเภท ครึ่ง-ควบลูก หรือลูก-ครึ่งควบ อย่างฟุตบอลมาเป็นตัวล่อใจ ตัวล่อใจของเรตมวยจึงขึ้นอยู่กับ “ราคาที่เปิด” เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ว่าจะสามารถดึงดูดใจลูกค้าให้เลือกแทงทั้งสองข้างได้มากน้อยขนาดไหน.? ซี่งจะมีตั้งแต่ราคาถูกสุดไปจนถึงราคาแพงสุดเลยว่างั้นเถอะ

ราคาที่ถูกที่สุดก็คือราคา “ใครต่อรอง” ซึ่งหมายถึงว่า ถ้าจะแทงมุมไหนไม่ว่าจะแทงแดงหรือแทงน้ำเงิน คนแทงก็จะต้องต่อราคาที่ 10-9 นั่นก็คือเจ้ามือจะได้ค่าน้ำ “หนึ่งแก๊ก” อย่างถ้ามีคนแทงแดงกับแทงน้ำเงินข้างละ 1,000 บาทเท่ากัน เจ้ามือก็จะมีค่าน้ำแน่นอน 100 บาท ไม่ว่าแดงหรือน้ำเงินจะเป็นฝ่ายชนะ

 

 

ถัดมาจะเป็นราคา “เสมอ” ซึ่งหมายถึงว่า อย่างเปิดราคาที่เสมอแดง ถ้าใครจะแทงแดงจะต้องต่อกลับที่ราคา 5-4 แต่ถ้าจะแทงน้ำเงินก็ได้ราคาเสมอ

ถัดมาอีกก็จะเป็นราคา “10-9” ซึ่งหมายถึงว่าอย่างเปิดราคา แดงต่อ 10-9 ถ้าจะแทงแดงจะต้องเสียค่าน้ำโดยต่อกลับที่ราคา 11-8 แต่ถ้าจะแทงน้ำเงินจะได้รองที่ราคา 10-9  ถัดมาจะเป็นราคา “5-4” ซึ่งหมายถึงว่าถ้าเปิดราคา แดงต่อ 5-4 ถ้าจะแทงแดงจะต้องต่อกลับเจ้ามือในราคา 3-2 แต่ถ้าแทงน้ำเงินก็จะได้รองที่ราคา 5-4

ถัดมาแพงขึ้นไปอีกหน่อยก็จะเป็นราคา “11-8” ซึ่งจะต้องต่อกลับเจ้ามือที่ราคา 5-3 ราคาขนาดนี้ในวงการได้เสียถือว่าเป็นราคาแพงพอสมควร

ถ้าแพงขึ้นไปอีกแก๊กก็จะเป็นราคา “3-2” ซึ่งหมายถึงต้องต่อกลับเจ้ามือในราคาแพงถึง 7-4

ต่อไปเป็นราคา “5-3” ซึ่งราคานี้ต้องต่อกลับเจ้ามือในราคาแพงถึง 2-1 ราคาขนาดนี้แม้ว่าดูฝ่ายที่เปิดให้เป็นต่อจะเหนือกว่ามาก แต่เพราะราคาต่อกลับค่อนข้างแพง คนแทงก็ต้องเริ่มคิดหนักอย่างแน่นอนว่าจะเลือกแทง “มวยต่อ”  หรือ “มวยรอง

ถัดไปก็จะเป็นราคา “7-4” ราคานี้ต้องต่อกลับถึง 5-2 ยิ่งแพงขึ้นไปอีก ถัดไปอีกก็จะเป็นราคา “2-1” ซึ่งมวยคู่ไหน ถ้าเปิดราคาแพงขนาด 2-1 ต้องถือว่าเป็นมวยที่ “ห่าง” มากๆ เพราะจะต้องต่อกลับเจ้ามือในราคา 3-1

และจะต้องจำไว้เสมอว่า ราคาเรตมวยเขาจะต่อกลับแบบข้ามไป “หนึ่งแก๊ก” เสมอเพราะเจ้ามือก็จะกิน “ค่าน้ำ” ตรงช่วงห่างของราคาหนึ่งแก๊กนี่แหละ

 

 

ส่วนเรตบอล..เจ้าของโต๊ะเขาก็จะเปิดราคาเพื่อหวัง “กินน้ำ” เหมือนกัน อย่างบอลคู่ที่ฟอร์มใกล้เคียงแบบวัดดวง 50-50 โต๊ะเขาก็จะเปิดให้เลือกแทงฝั่งไหนก็ได้แต่คนแทงจะต้องเสียน้ำ 10-9 นั่นก็หมายความว่า ถ้าลงทุนไป 10 บาท ก็จะได้กำไรแค่ 9 บาทเท่านั้น แต่ถ้าเกิดแทงเสียก็จะเสียเต็ม 10 บาท

แต่ในการเปิดราคาเรตบอลมันค่อนข้างจะมีความละเอียด เนื่องจากว่าฟุตบอลแต่ละคู่ที่เตะกัน ชื่อชั้นหรือฟอร์มการเตะอาจจะห่างมาก-น้อยไม่เหมือนกัน ในแต่ละคู่โต๊ะเรตเขาจึงมี “น้ำจิ้ม” ในการต่อลูกเข้ามาเป็นตัวล่อ แถมยังมี “ราคาน้ำ” เข้ามาเป็นตัวตัดสินใจสำหรับคนแทงอีกว่าจะเลือกแทงฝั่งไหน เช่น ป.ลบ 10, ครึ่งลูก ลบ5, ครึ่งควบลูก ลบ10 และอีกหลายๆ ราคา แล้วแต่ว่าความห่างชั้นของบอลคู่นั้นๆ

จริงๆ แล้วถ้าเรามองในมุมของเกมพนัน ไม่ว่าจะเป็นการ “เล่นมวย” หรือ “เล่นบอล” มันก็มีความยากอยู่ในตัวเหมือนๆ กันอยู่แล้วล่ะ แต่ถ้าเรามองและวิเคราะห์กันลึกๆ แล้ว จะเห็นว่าในเกมพนันทั้ง 2 อย่างนี้มันมีความยาก-ง่าย แตกต่างกันอย่างแน่นอน

อย่างมวยคู่หนึ่ง สมมุติว่าฝั่งไหนชื่อชั้นเกรดมวยได้เปรียบก็จะถูกตั้งราคาให้ “เป็นต่อ” จะต่อน้อยต่อมากต่อแพงก็แล้วแต่ความเก่งความห่างชั้น ในเกมการชกถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้ทำอะไรหรือออกอาวุธให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน หรือนักมวยตัวที่เป็นรองทำอะไรไม่ได้ก็ตามที แต่ราคามวยต่อก็จะขยับต่อไปเรื่อยๆ กระทั้งขาดลอยและกลายเป็น “ผู้ชนะ” ได้ตามสถานการณ์

หรือในมวยบางคู่ขึ้นไป ตัวใหญ่-ตัวเล็ก ข่มขี่กันชัดเจน แค่คนเห็นรูปร่างก็แย่งกันต่อมวยตัวใหญ่ ราคาจึงไหลไปเรื่อยๆ ต่อให้มวยคู่นั้นไม่ทำอะไรกัน แค่ยืนจ้องตากันจบครบห้ายก มวยตัวใหญ่ราคาไหลต่อก็ต้องเป็นฝ่ายชนะอยู่ดี

แต่กับเกมฟุตบอลมันจะตรงข้ามกัน อย่างทีมที่เป็นต่อ ไม่ว่าจะ “ต่อมาก-ต่อน้อย” จะต่อราคาเสมอ ควบครึ่ง หรือครึ่งควบลูก แม้กระทั้งลูกครึ่งควบสองลูกก็ตาม แต่ถ้าบอลเตะกันแล้วแม้ทีมต่อจะบุกถล่มอยู่ข้างเดียวแบบ “ยำใหญ่” แต่ถ้าไม่สามารถส่งลูกเข้าไปตุงตาข่ายของทีมรองได้ หมดเวลา 90 นาที คนที่เล่นบอลจะต้อง “เจ๊งชัย” สถานเดียวครับท่าน

หรือแม้ว่าทีมต่อจะยิงประตูทีมรองได้ แต่ยิงได้ไม่เท่าไม่ถึงราคาลูกที่ต่อไว้ก็ต้อง “เจ๊งชัย” อีกเหมือนกัน

ฉะนั้นเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ “มวย” เป็นเกมพนันที่ใช้ความคิดความเชื่อและจินตนาการของคนเล่นมาเชียร์มาบีบจนมีผลต่อกรรมการผู้ตัดสินให้เทไปทางไหนก็ได้ แต่.. “บอล” ต่อให้เชียร์เท่าไร.? บีบยังไง.? ก็ไม่ผลต่อกรรมการอย่างแน่นอน แล้วอย่างนี้คุณว่า..เกมพนันชนิดไหนมันน่าเล่นกว่ากันล่ะ.??!!