ธรรมส่องใจ » กรรมสนองกรรม เงินร้อนเงินร้าย

กรรมสนองกรรม เงินร้อนเงินร้าย

29 พฤษภาคม 2018
238   0

       การปล่อยเงินกู้ก็เป็นผลกรรมอย่างหนึ่งที่เรียกว่าการทำนาบนหลังคน ชีวิตของสนิทต้องการเกี่ยวข้องกับเรื่องของเงินกู้เพราะน้องสามของพ่อหรืออาของเขามีอาชีพปล่อยเงินกู้

       บ้านเดิมของสนิทอยู่ที่อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ ครอบครัวมีอาชีพทำนามีฐานะพออยู่พอกินไม่รวยไม่จน ในวัยเรียนนั้นสนิทมีเพื่อนฝูงมากมายเพราะเป็นคนที่ชอบเที่ยวจับกลุ่มเฮฮา เมื่อโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่นก็เริ่มที่จะเกเร ไปมีเรื่องกับวัยรุ่นบ้านอื่นเสมอ ส่วนใหญ่จะมาจากเรื่องผู้หญิงที่แย่งกันจีบ เรียกว่าข้ามถิ่นเป็นไม่ได้ ไปเมื่อไหร่มีเรื่องเมื่อนั้น พอเรียนจบมัธยม มารดาของเขาเห็นว่าถ้าขืนอยู่ที่บ้านต่อไปมีหวังสนิทต้องเสียคนแน่ๆ จึงส่งสนิทไปอยู่กับน้องสามของพ่อเพื่อเรียนต่ออาชีวะ ที่จังหวัดอุบลราชธานี

อาวันดีมีลูกสาวแค่สองคนเท่านั้น ไม่มีลูกชาย เมื่อสนิทไปอยู่ด้วยอาวันดีก็รักใคร่เขาเป็นอย่างมาก รับปากกับมารดาของเขาว่าจะส่งเสียให้เขาเรียนจนจบ ด้วยเงินของอาเอง เพราะสามีของอาวันดีเป็นตำรวจ อาวันดีมีอาชีพหลักคือการออกเงินกู้ ให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด เก็บดอกรายวัน อยู่นานไปอาวันดีก็ให้สนิทตามไปเก็บดอกเบี้ยด้วยในตลาด เป็นการฝึกฝนให้เขารู้จักทำมาหากินตั้งแต่วัยหนุ่ม

จนกระทั้งสนิทรู้จักกับแม่ค้าทุกคนที่มากู้เงินว่าอยู่ตรงไหนขายอะไร ตอนหลังจึงแยกกันไปเก็บเงินดอกเบี้ยคนล่ะล็อคในตลาด เพื่อประหยัดเวลา และสนิทก็ทำงานได้ดีอย่างไม่มีบกพร่อง แรกๆ เขาไม่รู้หรอกว่าอาวันดีให้เงินแม่ค้ายืมเท่าไร ส่งดอกเบี้ยกันยังไง เพราะบางรายเก็บ 20 บาทบ้าง บางรายเก็บ 40 บาทบ้าง ยิ่งบางรายร้อยบาทก็ยังมี ตอนหลังถึงได้รู้เพราะมีแม่ค้าคนหนึ่งที่เขาไปเก็บเงินพูดว่า เงินงวดนี้หมดแล้วต้องการกู้ต่ออีก สามพันบาท เขาไปเก็บเงินแม่ค้าคนนี้ทุกวันวันล่ะ 50 บาท เป็นเวลาหนึ่งเดือน ก็เท่ากับ 1500 บาท ไม่รู้ว่าคิดกันยังไง แต่อย่างไรก็ดีเมื่อเขานำเรื่องนี้มาบอกอาวันดี อาวันดีก็เปิดสมุดบัญชีขึ้นมาดู ชื่นชมว่าลูกค้าคนนี้ส่งดอกไม่เคยขาด ส่งดอกหมดแล้วให้ไปเอาเงินได้ เมื่อสนิทนำเรื่องนี้มาบอกต่อ เธอดีใจใหญ่จ่ายดอกเบี้ยที่ค้างสองวัน 100 บาท รุ่งขึ้นก็มาหาอาวันดีทำสัญญาเงินกู้ คราวนี้สนิทได้รู้แล้วว่าอาวันดีเขาปล่อยเงินกู้กันอย่างไร

 

       สนิทเริ่มที่จะเขียนสัญญาเงินกู้ขึ้นมาตามคำสั่งของอาวันดี สัญญาเงินกู้ 3 พันบาท ส่งวันล่ะ 100 บาท เป็นเวลา 1 เดือน เสร็จแล้วก็ให้เธอเซ็นชื่อในสัญญา อ่านทวนว่าถูกต้องเรียบร้อยจึงจ่ายเงินไป 2400 บาท

อาวันดีอธิบายให้สนิทฟังว่าการปล่อยเงินกู้นั้นต้องหักดอกเอาไว้ก่อนแล้วจึงเก็บเงินตามสัญญาจนครบ เมื่อคำนวณดูแล้วสนิทก็ทราบว่า ดอกเบี้ยร้อยล่ะ 20 ต่อวันสำหรับรายเดียว เงินดอกเบี้ยที่หักล่วงหน้า 600 บาท ถ้าเอาไปออกเงินกู้อีกก็ได้เพิ่มมาอีก 5 เปอร์เซ็นต์ มิน่าล่ะ นายทุนเงินกู้ถึงอยู่กันได้อย่างสบายๆ ไปไหนมาไหนคนถึงได้นับหน้าถือตา

สามีอาวันดี มียศแค่จ่า แต่คนทั้งตลาดเรียกอาวันดีว่าคุณนาย เพราะอำนาจเงินกู้นี่เอง แต่ลับหลังเขาจะเรียกว่าอะไรนั้นสนิทก็ไม่ทราบเหมืนกัน เพราะลูกหนี้กับเจ้าหนี้นั้นต่างคนต่างเล่นละครสวมหน้ากากเข้าหากันอยู่แล้ว

ช่วงชีวิตที่อยู่กับอาวันดีเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับสนิทมีเงินไปเรียนวันล่ะ 50 บาท มีเหลือกลับมาเก็บไว้ด้วย ปีหนึ่งก็หลายพันบาท ทำให้เขาคิดฝันว่าเมื่อเรียนจบเขาก็มีเงินเป็นหมื่นเหมือนกัน คิดไว้ว่าถ้าหางานทำไม่ได้ก็จะปล่อยเงินกู้เหมือนอาวันดีบ้างเหมือนกัน

หลังจากนั้นไม่นานสนิทก็รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งเงินที่มีเก็บเอาไว้ก็ต้องเอาออกมาใช้จ่ายในการพาผู้หญิงไปเที่ยวเตร่เงินที่มีก็ร่อยหรอลงทุกที ไม่ได้งอยเงยขึ้นมาเหมือนเมื่อก่อน แต่สนิทก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องกรรมในตอนนั้น ว่าเงินที่ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของคนยากจนที่เรียกว่าเงินร้อนย่อมเก็บรักษาได้ยาก เพียงไม่กี่เดือนเงินที่เคยเก็บไว้ก็หมดแทบไม่มีเหลือ ถึงแม้จะเสียดายเงินแต่อานุภาพของความรักทำให้สนิทยังคงใช้เงินเพื่อพาผู้หญิงคนนั้นเที่ยวเตร่จับจ่ายซื้อของเหมือนเดิม

อาวันดีก็เช่นกันลูกสาวสองคนที่เป็นน้องสามของสนิทนั้นก็เที่ยวเตร่ ขอเงินแม่ไม่เคยช่วยงานเรื่องเงินกู้ มีเพียงสนิทเท่านั้นที่ช่วยงานอาวันดีอยู่คนเดียว แล้ววันหนึ่งที่สนิทออกไปเก็บเงินตามปกติ ลูกค้าก็บ่นเอาว่าอาวันดีเป็นคนที่ขี้เหนียวเงินร้อยเดียวยังไม่ยอมเสีย และเปรียบว่าทำนาบนหลังคน สนิทก็เพียงแต่ทำเฉยเพราะคำพูดแบบนี้ได้ยินบ่อย และก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง เพราะเขามีหน้าที่เพียงเก็บเงินเท่านั้นเอง คำว่าทำนาบนหลังคนนั้นเป็นคำพูดที่ร้ายแรงมาก เหมือนเป็นการสาปแช่งอย่างหนึ่งเมื่อหลายปากเข้าย่อมมีผลสะท้อนกลับมา

และวันนั้นก็เกิดเรื่องขึ้นกับอาวันดี เพราะบังเอิญว่ารถสองแถวที่อาวันดีนั่งมานั้น เผอิญวิ่งตกหลุมทำให้หลังของอาวันดีกระแทกกับเหล็กราวลูกกรงที่ต่อเชื่อมกับหลังคาอย่างแรง ตอนแรกรู้สึกเจ็บนิดหน่อยคิดว่าไม่เป็นไรกลับบ้านแค่เอายาหม่องทาเท่านั้น แต่พอวันรุ่งขึ้นก็เจ็บหลังลุกไม่ขึ้นทีเดียว แต่อาวันดีก็ไม่ยอมไปหาหมอกินยาแก้ปวดอย่างเดียว เมื่อเจ็บมากขึ้นจนต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล เมื่อหมอเอ็กซเรย์ปรากฏว่ากระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทต้องรับตัวไว้รักษาอย่างรีบด่วน อาทิตย์กว่าจึงจะกลับบ้านได้ แต่ก็มีอาการเจ็บหลังไม่หายขาดต้องไปหาหมอเสียเงินค่ารักษาไปมากมาย

        นี่แหละหนาผลของการสาปแช่งจากหลายๆ คน ก็มีผลเหมือนกัน การออกเงินให้เขากู้ก็ควรที่จะเห็นใจบ้าง เมื่อเขาเดือดร้อนมาพึ่งพาไม่ใช่ซ้ำเติมเขาให้เกิดกรรมขึ้นมาภายหลัง สนิทเองก็ไม่ต่างจากอาวันดี เพราะเงินที่เก็บไว้นั้นไม่มีเหลือ และเขาก็ไม่แน่ใจนักว่าเมื่อเงินหมด แฟนเขาจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า ทุกข์ทางใจที่เกิดกับสนิทก็เป็นกรรมอย่างหนึ่งเหมือนกัน